ความคืบหน้าโครงการมะดีนะตุสสลาม ครั้งที่ 3 (วันที่ 31 ธันวาคม 2561)

Posted on: มีนาคม 14, 2019, by :

ความคืบหน้าโครงการมะดีนะตุสสลาม ครั้งที่ 3

(วันที่ 31 ธันวาคม  2561)

ความเป็นมาของโครงการ

โครงการมะดีนะตุสสลามริเริ่มจากแนวคิดที่จะขยายกิจการของมหาวิทยาลัยฟาฏอนี เป็นวิทยาเขตใหม่โดยมีความมุ่งมั่นที่จะต่อยอดทางการศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะในสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ  โดยวิทยาเขตใหม่นี้จะไม่เป็นเพียงแค่สร้างมหาวิทยาลัยอย่างเดียว แต่เป็นการพัฒนาสังคมและชุมชนพร้อมกัน เป็นลักษณะการสร้างเมืองใหม่ ยกระดับของประชาชาชน มีลักษณะเป็นการสร้างเมืองใหม่ที่มีการพัฒนาครอบคลุมหลายๆด้าน เช่น ด้านศาสนา ด้านสังคม ด้านสุขภาพ ด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจ ด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ซึ่งเป็นการยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน ทำให้เกิดสันติสุขและสันติภาพในสังคมและประเทศชาติต่อไปและตั้งชื่อ “มะดีนะตุสสลาม” ซึ่งให้ความหมายว่า เป็นเมืองในอุดมคติที่มีความเป็นอยู่ที่ดีรอบด้าน ทั้งปัจเจกบุคคล และสังคม

ด้วยเหตุผลดังกล่าวทางมหาวิทยาลัยฟาฏอนีจึงได้จดทะเบียนบริษัท ปัตตานี จายา โฮลดิ้ง จำกัด ขึ้นเพื่อเป็นนิติบุคคลรับผิดชอบดำเนินงานด้านธุรกิจแทนของมหาวิทยาลัยฟาฏอนีและได้จดทะเบียนมูลนิธิมะดีนะตุสสลาม เพื่อเป็นนิติบุคคลรับผิดชอบดำเนินงานด้านวากัฟแทนมหาวิทยาลัย

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อให้ความรู้เผยแพร่แนวความคิดและหลักการที่ถูกต้องของศาสนาอิสลามแก่ประชาชนทั่วไป
  2. เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน ให้มีคุณภาพทัดเทียมกับประชาชนไทยในส่วนอื่นๆ ของประเทศ
  3. เพื่อผลิตบุคลากรทางการแพทย์ สาธารณสุข และวิทยาศาสตร์สุขภาพ ได้บริการทางด้านสาธารณสุขแก่สาธารณชนทั่วไป รวมทั้งการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาสุขภาวะของประชาชน
  4. เพื่อเป็นแหล่งฝึกฝนอาชีพและสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่และผู้ยากไร้ในสังคม
  5. เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ มีความสะดวกสบาย และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เป็นตัวอย่างของชุมชนที่มีคุณธรรมและคุณภาพชีวิตที่ดี

การดำเนินงาน 

โครงการมะดีนะตุสสลามได้เริ่มดำเนินการ ตั้งแต่ปี 2553 โดยแบ่งพื้นออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นที่อยู่อาศัย(ธุรกิจ)ประมาณ 500 ไร่และส่วนที่เป็นพื้นที่วากัฟ(สาธารณะสมบัติ) ประมาณ 800 ไร่ รวมประมาณ 1,300 ไร่ และแบ่งพัฒนาเป็นโซนต่างๆคือโซนสุขภาพโซนธุรกิจโซนที่อยู่อาศัย โซนชุมชน และโซนมหาวิทยาลัย เป็นต้น

บริษัทได้ใช้สินเชื่อธนาคารอิสลามเพื่อซื้อที่ดิน ตามโครงการจำนวน 1,300 ไร่ จำนวน 600ล้านบาทปัจจุบันบริษัทได้ซื้อที่ดินแล้วทั้งสิ้นจำนวน 1,134 ไร่ 1 งาน 76.9 ตารางวา

 

ความคืบหน้าและการพัฒนาของโครงการในปัจจุบัน

1.โครงการก่อสร้างศูนย์อิสลามผู้อุปถัมภ์สองมัสยิดอันทรงเกียรติกษัตริย์ซัลมานบินอับดุลอาซิสอาลซุอูด

          ความสำคัญของโครงการ

จากแนวคิดที่ว่าในอดีตปัตตานีเคยเป็นศูนย์กลางของการศึกษาอิสลาม เป็นเมืองของนักปราชญ์ ที่บรรดานักปราชญ์ นักศึกษาและบุคคลทั่วไปเคยเข้ามาทำการศึกษาเรียนรู้และถ่ายถอดวิชาการมาแล้วมหาวิทยาลัยฟาฎอนีจึงมีการรื้อฟื้นภารกิจเหล่านี้ให้เกิดอีกครั้งด้วยการสร้างศูนย์กลางอิสลาม ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของเมืองมะดีนะตุสลามนอกจากจะเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจแล้วยังถือเป็นแหล่งกำเนิดอารยธรรมที่จะมีนักวิชาการ นักปราชญ์ ทั่วทุกมุมโลกเข้ามาใช้บริการค้นคว้าวิจัยต่อไป

ลักษณะของอาคารประกอบอาคารมัสยิดขนาดใหญ่ จุคนละหมาดได้ 5,000 คน ลานละหมาดอีก ประมาณ 15,000 คน และอาคารประกอบ อื่นๆ

          ความคืบหน้าล่าสุด

ได้มีการวางผังกำหนดพื้นที่สำหรับศูนย์อิสลามกษัตริย์ซัลมานบินอับดุลอาซิสอาลซุอูดโดยกำหนดพื้นที่ จำนวน 30 ไร่ ทางมูลนิธิฯ ได้มีการระดมเงินวากัฟเพื่อซื้อที่ดิน ซึ่งได้ดำเนินการชำระหนี้และปลอดจำนองกับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ที่ดินในเขตอิสลามิคเซนเตอร์แล้ว จำนวน 33 ไร่ 0 งาน 82.4ตารางวา รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 21,846,569 บาท

– ได้ดำเนินการเจาะสำรวจดิน(boring) รอบโครงการ เพื่อให้บริษัทHASSA ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษา ใช้เป็นข้อมูลประกอบในการออกแบบโครงสร้างของอาคารศูนย์อิสลามกษัตริย์ซัลมานบินอับดุลอาซิสอาลซุอูด

– ประเทศซาอุดิอารเบีย อนุมัติจ่ายเงินเพื่อเป็นค่าออกแบบให้แก่บริษัท HASSA บริษัทที่ปรึกษา จำนวน 200,000 เหรียญสหรัฐ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเปิดบัญชีในนามบริษัทเพื่อรองรับการโอนเงินดังกล่าว

– องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี สนับสนุนงบประมาณเพื่อก่อสร้างถนนหลักของโครงการ เชื่อมระหว่างถนนสี่เลน ปัตตานี – นราธิวาส กับสถานที่ก่อสร้างอาคารศูนย์อิสลามศูนย์อิสลามกษัตริย์ซัลมาน บินอับดุลอาซิส อาลซุอูด ช่วงแรกทำถนนลักษณะเป็นถนนหินกรุขนาดกว้าง 12 เมตร ยาว 800 เมตร โดยเริ่มถม

– องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี สนับสนุนงบประมาณเพื่อก่อสร้างถนนหลักของโครงการ เชื่อมระหว่างถนนสี่เลน ปัตตานี – นราธิวาส กับสถานที่ก่อสร้างอาคารศูนย์อิสลามศูนย์อิสลามกษัตริย์ซัลมาน บินอับดุลอาซิส อาลซุอูด ช่วงแรกทำถนนลักษณะเป็นถนนหินกรุขนาดกว้าง 12 เมตร ยาว 800 เมตร โดยเริ่มถมและทำถนน ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2562 และคาดว่าจะดำเนินการเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2562

– ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับออกแบบขุดคลองรอบสถานที่ก่อสร้างอาคารศูนย์อิสลามศูนย์อิสลามกษัตริย์ซัลมานบินอับดุลอาซิสอาลซุอูด ขนาดกว้าง 40 เมตร เพื่อใช้ประโยชน์ในการเก็บน้ำ ป้องกันน้ำท่วม มีภูมิทัศน์ที่สวยงาน การดำเนินงานได้ขออนุเคราะห์สนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารตำบลบานา และกรมทรัพยากรน้ำ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการออกแบบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

 

2.โครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาล SHEIKH JASIM BIN MUHAMMAD BIN TANI

เป็นโรงพยาบาลมาตรฐาน ขนาด 133 เตียงโครงการได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกาตาร์ ซึ่งได้รับอนุมัติงบประมาณ งวดที่1 จำนวน 210 ล้านบาท ได้เริ่มก่อสร้างในส่วนของงานโครงสร้าง การก่อสร้างได้ดำเนินการมาระยะหนึ่งและได้หยุดชั่วคราวตั้งแต่ ปี 2556 เนื่องจากทางประเทศกาตาร์ มีความประสงค์จะเปลี่ยนบริษัทผู้รับเหมาให้เป็นบริษัทระดับชาติ

ขณะนี้รัฐบาลกาตาร์ยืนยันจะสนับสนุนโครงการนี้ โดยใช้เงินงบประมาณ 650 ล้านบาท และเบื้องต้นทางรัฐบาลกาตาร์ได้อนุมัติเงินเพื่อทำการไถ่ถอนที่ดิน จำนวน 17 ไร่ จำนวน 17 ล้านบาท

 

          ความคืบหน้าในปี 2561

ได้ดำเนินการตรวจสอบความมั่งคงของอาคาร เพื่อดำเนินการก่อสร้างต่อ ซึ่งมีข้อสรุปคือ อาคารมีความมั่งคงโดยจะต้องมีการซ่อมแซมส่วนหนึ่ง และได้ดำเนินการออกแบบซ่อมแซมเรียบร้อยแล้ว โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

–  ได้ดำเนินการออกแบบปรับปรุงแบบก่อสร้างของโรงพยาบาลโดยปรับให้เหลือ 4 ชั้น ขนาดโรงพยาบาล 133 เตียง

–  ได้ดำเนินการยื่นขออนุญาตก่อสร้างอาคารโรงพยาบาล  และขณะนี้ได้รับอนุญาตก่อสร้างแล้ว เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งอนุญาตก่อสร้างโรงพยาบาลขนาด 59 เตียงก่อน

–  ทางประเทศกาตาร์ได้อนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างต่อ โดยในช่วงแรกให้ดำเนินการก่อสร้างในส่วนของแพคเกจA1 คือ ส่วนของการซ่อมแซม และงานโครงสร้าง โดยใช้งบประมาณ 95 ล้านบาท

–  มูลนิธิฯ ร่วมกับบริษัท บางกอกฯ บริษัทที่ปรึกษา ได้ดำเนินการประมูลราคาก่อสร้าง โดยได้ทำการเปิดซองแล้ว มีบริษัทที่ยื่นประมูล 2 บริษัท คือ บริษัท เคเทค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)และบริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน)

และเมื่อเปิดซองแล้ว บริษัท เคเทค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เสนอราคา 106,785,534 บาท และบริษัทไทยโพลีคอนส์จำกัด (มหาชน) เสนอราคา 142,743,571.60 บาท

ทางมูลนิธิฯ ได้เรียกบริษัทเคเทคฯมาต่อรองราคาและพิจารณารายละเอียดงานและตกลง โดย บริษัท เคเทคฯ  ยินยอมลดราคาเหลือ 94,982,352 บาท และขณะนี้ทางมูลนิธิฯ ได้ส่งรายงานผลการประมูลราคาให้กระทรวงศาสนสมบัติประเทศกาตาร์ทราบ และขออนุมัติจ้าง เมื่อได้รับอนุมัติแล้วก็จะมีการลงนามในสัญญาจ้างเหมาและเริ่มดำเนินการก่อสร้างต่อไป

–  มูลนิธิฯ ได้จ้างบริษัท รักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อทำการสำรวจ EIA : คาดว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือน เมื่อได้ดำเนินการเสร็จแล้ว มูลนิธิฯ จะดำเนินการขออนุญาตเป็นโรงพยาบาลขนาด 133 เตียง ตามเจตนารมณ์ของประเทศกาตาร์ต่อไป

 

3.โครงการหมู่บ้านที่ 1 (หมู่บ้านดารุลอีมาน)

ใช้พื้นที่ 26ไร่ ดำเนินการโดยบริษัทปัตตานีจายา โฮลดิ้ง จำกัด เริ่มก่อสร้างเฟสที่ 1 จำนวน 47 ยูนิต ตั้งแต่ปี 2557 การพัฒนาโดยได้รับการสนับสนุนทุนจากสหกรณ์อิสลามอิบนูอัฟฟาน จำกัด และสหกรณ์อิสลามอัศศิดดีก จำกัด

การก่อสร้างบ้านมีความคืบหน้าโดยภาพรวมประมาณ 75-100 %และได้ดำเนินการติดตั้งระบบขยายไฟฟ้าแรงสูงถนน และระบบประปาในโครงการเรียบร้อยแล้วปัจจุบันอยู่ระหว่างการขออนุญาตจัดสรร คาดว่าจะโอนให้ลูกค้าได้ภายในเดือนเมษายน 2562 ปัจจุบันมีลูกค้ามาอยู่แล้ว 15 ยูนิต

 

ภาพความคืบหน้าหมู่บ้านที่ 1

 

4.โครงการหมู่บ้านที่ 7 (หมู่บ้านดารุลฟาลาห์)

ใช้พื้นที่ทั้งหมด 35 ไร่ ทางบริษัทปัตตานีจายา โฮลดิ้ง จำกัด ได้มอบให้บริษัท BPI พัฒนา ซึ่งได้เริ่มก่อสร้างบ้านแบบต่างๆเฟส 1 จำนวน 66 ยูนิตแล้ว ได้ดำเนินการโอนให้ลูกค้าแล้วประมาณ 25 ยูนิต

 

ภาพความคืบหน้าหมู่บ้านที่ 7

 

  1. โครงการพัฒนาโซนธุรกิจ

ทางบริษัท ปัตตานี จายา โฮลดิ้ง จำกัด ได้มอบให้บริษัทปัตตานีจายา คอมเมอร์เชี่ยล จำกัด ดำเนินการพัฒนาบนพื้นที่ในโซนธุรกิจ ส่วนหนึ่งประกอบด้วย 2 โครงการ ดังนี้

1.โครงการอาคารพาณิชย์

2.โครงการปัตตานี เอเชี่ยนมอลล์

 

ความคืบหน้าล่าสุด

– โครงการได้ก่อสร้างส่วนของอาคารพาณิชย์ จำนวน 20 ยูนิตและได้ขายหมดแล้วการดำเนินการโดยได้ร่วมลงทุนกับนักลงทุนจากมาเลเซียปัจจุบันมีความคืบหน้าในการก่อสร้างประมาณ 50-100% และมีแผนพร้อมโอนแล้ว 8 ยูนิต ส่วนที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 14 ยูนิต ซึ่งจะโอนภายในปี 2562

– โครงการศูนย์การค้า ปัตตานีเอเชี่ยนมอลล์ เพื่อเป็นศูนย์กลางซื้อขายใน 3 จังหวัดภาคใต้ และเป็นศูนย์สินค้าฮาลาลและสินค้าจากอาเซียน เป็นโอกาสที่จะเชื่อมโยงธุรกิจกับประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วย

– ได้ดำเนินการทำพิธีวางรากฐานอาคารศูนย์การค้าปัตตานีเอเชี่ยนมอลล์ เมื่อวันอังคารที่ 10 มกราคม 2560

– ได้มีการก่อสร้างแล้วและมีความคืบหน้าประมาณ 60% คาดว่าจะมีการเปิดห้างประมาณเดือนสิงหาคม 2562

 

6.โครงการคณะพยาบาลศาสตร์

มหาวิทยาลัยฟาฏอนี ได้รับงบประมาณสนับสนุนการก่อสร้างอาคารเรียนของคณะพยาบาลศาสตร์ จากประเทศคูเวต ผ่านมูลนิธิมะดีนะตุสสลามจำนวน 18 ล้านบาท โดยเมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ.2561 ผู้แทนเครือข่ายการกุศลอัลชาเยียอ์ จากประเทศคูเวต คุณอับดุรเราะห์มาน อัลฮัดดาด ได้มาร่วมวางศิลารากฐานอาคารคณะพยาบาลศาสตร์ ณ โครงการมะดีนะตุสสลาม

ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง โดยลักษณะอาคารเป็นอาคารสูง 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย ประมาณ 1,700 ตรม.คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จเดือนพฤศจิกายน 2562 ปัจจุบันอาคารคณะพยาบาลศาสตร์ได้ทำการหล่อคอนกรีตคานชั้นที่ 3 หล่อคอนกรีตพื้น คสล.ชั้น 3 หล่อคอนกรีตเสาชั้น 3

 

รูปถ่ายแสดงความก้าวหน้าของโครงการถึงปัจจุบัน

 

7.โครงการบ้านวากัฟ

มูลนิธิมะดีนะตุสลามและมหาวิทยาลัยฟาฎอนี ได้รับเงินสนุนจากประเทศคูเวต จำนวน 7,000,000.00 บาท เพื่อก่อสร้างอาคารบ้านวากัฟจำนวน 10 ยูนิต เป็นอาคาร คสล. สูง 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย ยูนิตละประมาณ 700 ตรม.

มูลนิธิฯ ได้จ้างบริษัทปัตตานีจายา คอมเมอร์เชี่ยล จำกัด เป็นผู้รับเหมา เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2562 ระยะเวลาก่อสร้าง 10 เดือน ได้ทำพิธีวางรากฐาน วันที่ 9 มกราคม 2562

 

8.กองทุนมะดีนะตุสสลาม

วัตถุประสงค์หลัก

          เพื่อระดมเงินทุนไปสนับสนุนโครงการมะดีนะตุสสลาม และสนับสนุนการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยฟาฏอนี

ความคืบหน้าปัจจุบันจำนวนสมาชิก        จำนวน  347 คน

  • มีสมาชิกก่อตั้ง จำนวน  277 คน
  • สมาชิกสมทบ จำนวน  70 คน
  • ทุนดำเนินงาน จำนวน    9,693,175.06 บาท
  • รายได้จากการดำเนินงาน จำนวน 1,321,163.84 บาท

 

8.การปรับปรุง MASTER PLAN

10.การระดมเงินวากัฟ

จากแนวคิดในการที่จะสร้างความมั่นคงของโครงการในระยะยาวนั้น จะต้องมีการกองทุนวากัฟให้การสนับสนุน ซึ่งได้เริ่มดำเนินการระดมเงินวากัฟพร้อมๆกับเริ่มต้นโครงการและมีการพัฒนาทรัพย์สินวากัฟให้เกิดรายได้ด้วย

ความคืบหน้าในปัจจุบันได้มีการรณรงค์เพิ่มเติม โดยเน้นให้เกิดความเชื่อมั่นกับโครงการเป็นประการสำคัญ ซึ่งได้ให้บุคลากรที่เป็นมืออาชีพโดยเฉพาะในเรื่องการตลาดและสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ

– ให้มีการสื่อสารระหว่างบุคคลต่างมากขึ้นทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เช่น facebook line call center จดหมาย และการ์ดในโอกาสต่างๆ เป็นต้น

– มีการพัฒนาเปิดเว็บไซต์การบริหารจัดการเงินวากัฟชื่อ www.madinahalsalam.com/waqaf

– ปี 2560 มีการกำหนดพื้นที่เป้าหมายในการจะระดมเงินวากัฟ คือบริเวณอิสลามมิคเซนเตอร์ จำนวน 30 ไร่เป็นจำนวน 30 ล้านบาท

–  ปี 2561 มีการกำหนดพื้นที่เป้าหมายในการระดมเงินวากัฟ คือบริเวณทางเข้าอิสลามมิคเซนเตอร์

 

กิจกรรมการดำเนินงานวากัฟ

– เปิดบูธรับบริจาคตามสถานที่ต่างๆ

– วันที่ 12–13 พฤษภาคม 2561 จัดโครงการพบปะสตรีมุสลิม (มุลตากอมุสลีมะฮฺ) ครั้งที่ 13และมหกรรมวากัฟ ความดีที่ไม่สิ้นสุด ครั้งที่ 2 (WAQAF Festival) หัวข้อ วากัฟการศึกษา“รากฐานสังคมสันติ” ได้รับเงินบริจาครวม 8,076,458 บาท

– วันที่ 1–15 มิถุนายน 2561 จัดโครงการวากัฟรอมฎอน 1439 (WAQAF Ramadan) ได้รับเงินบริจาครวม 4,588,080 บาท

 

รายงานยอดเงินวากัฟ ณ 31 ธันวาคม 2561

ตารางแสดงข้อมูลการจ่ายเงิน

รายการปลอดจำนองที่ดิน/ซื้อที่ดิน

 

สถิติการวากัฟ 2556 – 2561

  • แยกตามปี

 

  • แยกตามเดือน

จำนวน : เพศหญิงมี จำนวน 4,032 ราย คิดเป็นร้อยละ 36.06 ซึ่งเพศชายมี จำนวน 3,458 ราย คิดเป็นร้อยละ 30.92

จำนวนเงินบริจาควากัฟ : เพศหญิงรวมเงินวากัฟจำนวน 15,056,154 บาท คิดเป็นร้อยละ 31.71 ซึ่งเพศชายรวมเงินวากัฟจำนวน 15,026,652 บาท คิดเป็นร้อยละ 31.65

ประเภทบุคคลทั่วไปมีจำนวนเงินวากัฟสูงสุด 36,744,450 บาท คิดเป็นร้อยละ 76.77 รองลงมาประเภทองค์กรจำนวน 7,328,522 บาท คิดเป็นร้อยละ 15.31

 

Dawnload PDF : รายงานความคืบหน้า วันที่ 31-12-61 (ณ วันที่ 1-3-62)