ความเป็นมาของโครงการ

 

โครงการปัตตานีจายา ริเริ่มแนวคิดโดยมหาวิทยาลัยฟาฏอนี โดยมีบริษัท ปัตตานี จายา โฮลดิ้ง จำกัด เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยในการดำเนินโครงการนี้

 

มหาวิทยาลัยฟาฏอนี เดิมชื่อ วิทยาลัยอิสลามยะลา ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2541 และได้รับการสถาปนาให้เป็นมหาวิทยาลัยเมื่อปี พ.ศ. 2550 และได้รับการอนุมัติให้เปลี่ยนชื่อเป็นมหาวิทยาลัยฟาฏอนี เมื่อปี พ.ศ.2556 ปัจจุบันประกอบไปด้วย 2 สถานที่ตั้ง คือ ที่ตั้ง ณ ยะลา (ปารามีแต) และที่ตั้ง ณ ปัตตานี (บ้านโสร่ง) มีนักศึกษาประมาณ 4,000 คน ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ เช่น จีน กัมพูชา เป็นต้น

มหาวิทยาลัยฟาฏอนี มีความมุ่งมั่นที่จะต่อยอดทางการศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์ ให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น จึงวางโครงการขยายสถานที่ตั้งใหม่ ในสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพเป็นตัวตั้ง เพื่อผลิตบุคลากรทางการแพทย์ ที่มีความขาดแคลนในพื้นที่เป็นอย่างมาก โดยสถานที่ตั้งใหม่นี้จะไม่เป็นเพียงแค่มหาวิทยาลัยเดี่ยวๆ แต่เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิต เป็นการสร้างเมืองควบคู่ไปกับสร้างสังคม สร้างวิถีการดำรงชีวิต สร้างเศรษฐกิจในนามปัตตานีจายา โดยถูกวางแนวคิดให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ (Education City) และเป็นสถานที่ตั้งใหม่เพิ่มอีก 1 แห่งที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองปัตตานี มีความสะดวกในการคมนาคม ทั้งมีความพร้อมในการผลิตบุคลากรในด้านที่ขาดแคลนและด้านอื่นๆ ที่จะพัฒนาประเทศในอนาคต

 

ด้วยเหตุผลดังกล่าวทางมหาวิทยาลัยฟาฏอนี จึงได้จดทะเบียนบริษัท ปัตตานี จายา โฮลดิ้ง จำกัด ขึ้นเพื่อเป็นนิติบุคคลรับผิดชอบดำเนินงานด้านธุรกิจแทนของมหาวิทยาลัยฟาฏอนี และได้จดทะเบียนมูลนิธิมะดีนะตุสสลาม เพื่อเป็นนิติบุคคลรับผิดชอบดำเนินงานด้านวากัฟแทนมหาวิทยาลัย

เป้าหมายของโครงการ

ปัตตานีจายา  เป็นโครงการถูกริเริ่มขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจะพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการดำเนินชีวิตของประชาชนในพื้นที่และประชาชนทั่วไปให้ดีขึ้นในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็น :

ด้านสันติภาพ

ปัตตานีจายาเป็นสังคมที่ต้องการนำเสนอแบบอย่างแห่งการอยู่ร่วมกันโดยสันติภาพ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ปราศจากอบายมุข ปราศจากสิ่งเสื่อมเสียทางสังคม เป็นการออกแบบสังคมให้มีเฉพาะสิ่งดีๆ ที่สามารถสัมผัสได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดไปจนถึงหมดชั่วอายุคน รวมทั้งเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ (Education City) เป็นสังคมที่ต้องการสร้างองค์ความรู้และการพัฒนาวิถีชีวิตผู้คนให้เทียบเท่าหรือดีกว่าสังคมอื่นๆ ได้อย่างภาคภูมิใจ สามารถแข่งขันทั้งด้านการศึกษา ด้านการประกอบอาชีพและด้านอื่นๆ ได้อย่างทัดเทียมกับผู้คนในสังคมอื่นๆ ทำให้ช่วยลดปัญหาด้านอาชญากรรม ปัญหาด้านความมั่นคง และก่อให้เกิดสันติภาพได้อย่างยั่งยืน แม้แต่การออกแบบก็ได้นำเอาสถาปัตยกรรมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น ไทย ชิโนโปรตุเกส และมลายูมาใช้ เพื่อเป็นการสื่อสารกับสังคมว่าเราสามารถที่จะมีชีวิตที่ดีตามต้องการได้ภายใต้ความหลากหลายด้านชาติพันธุ์ และศาสนา นั่นคือ พุทธ อิสลาม คริสต์ และอื่นๆ

ด้านศาสนาและจริยธรรม

เพื่อสร้างสังคมที่อยู่บนพื้นฐานของการยำเกรง (ตักวา) และหลักการอิสลามอันบริสุทธิ์ การมีมารยาทที่ดีสามารถเป็นตัวอย่างซึ่งกันและกันได้ในชุมชนสังคมปัตตานีจายา สามารถเป็นตัวอย่างการดำรงชีวิต การอยู่อาศัยทางสังคมที่ประสบความสำเร็จ ให้กับสังคมอื่นๆ สามารถสืบทอดความรู้และเผยแพร่หลักการที่ถูกต้องของศาสนาอิสลามแก่ประชาชนทั่วไป

ด้านการศึกษา

สร้างแหล่งต้นแบบในการแสวงหาความรู้ทั้งความรู้ในการดำรงชีวิตในดุนยา และองค์ความรู้ในการนำพาตัวเราเองให้ปลอดภัยในอาคีเราะห์ และมีเป้าหมายในการยกระดับมาตรฐานการศึกษาของเยาวชนในพื้นที่ ให้มีคุณภาพทัดเทียมกับประชาชนไทยในส่วนอื่นๆของประเทศ

ด้านสาธารณสุข

เพื่อผลิตบุคลากรทางการแพทย์ สาธารณสุข และวิทยาศาสตร์สุขภาพเพื่อให้บริการทางด้านสาธารณสุขแก่สาธารณชนทั่วไปโดยมีมหาวิทยาลัยอิสลามฟาฏอนี ดูแลในเรื่องการผลิตบุคลากรเหล่านี้ ทั้งนี้เพื่อตอบสนองต่อเจตนารมณ์และความต้องการด้านการแพทย์ในพื้นที่ อีกทั้งสร้างรูปแบบการบริการทางการแพทย์ในรูปแบบอิสลามอย่างเต็มที่

ด้านเศรษฐกิจ

เพื่อเป็นแหล่งฝึกฝนอาชีพและสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่และผู้ยากไร้ในสังคมสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจ ให้สามารถหล่อเลี้ยงสังคม รวมทั้งขยายต่อไปยังพื้นที่ข้างเคียง โดยเป็นรูปแบบเศรษฐกิจที่ทุกคนได้มีส่วนร่วมมากที่สุด และกระจายรายได้มากที่สุด

ด้านสวัสดิการสังคม

เพื่อสร้างสังคมการอยู่อาศัยแบบช่วยเหลือ พึ่งพาซึ่งกันและกัน มีรูปแบบสวัสดิการทางสังคม เช่น ศูนย์รับเลี้ยงเด็กกำพร้า ศูนย์รับเลี้ยงเด็กก่อนเกณฑ์ อื่นๆ ที่ตอบสนองชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนบนรากฐานของวิถีการดำเนินชีวิตในรูปแบบอิสลามอย่างเข้มข้น

สภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี

เพื่อสร้างสังคม ชุมชน ที่อยู่อย่างถูกสุขลักษณะ มีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งตัวเองและสังคม

ทั้งหมดนี้ถูกเรียกรวมกันว่า “มะดีนะตุสสลาม” ซึ่งให้ความหมายว่า เป็นเมืองในอุดมคติที่มีความเป็นอยู่ที่ดีรอบด้านทั้งปัจเจกบุคคล และสังคม

ผังโครงการมะดีนะตุสสลาม

การดำเนินงานโครงการ

โครงการมะดีนะตุสสลาม(ปัตตานีจายา) ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2553 โดยแบ่งพื้นออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นที่อยู่อาศัย(ธุรกิจ) ประมาณ 500 ไร่ และส่วนที่เป็นพื้นที่วากัฟ(สาธารณะสมบัติ)ประมาณ 800 ไร่ รวมประมาณ 1,300 ไร่ และแบ่งพัฒนาเป็นโซนต่างๆ 5 โซนด้วยกัน คือ

  • โซนสุขภาพ ประกอบด้วย โรงพยาบาลเชคญาซิม บิน มูฮำหมัด บิน ษานี เป็นต้น
  • โซนธุรกิจ ประกอบด้วย ศูนย์การค้าและแหล่งธุรกิจต่างๆ เป็นต้น
  • โซนที่อยู่อาศัย ประกอบด้วย บ้านประเภทต่างๆ มากกว่า 2,000 ยูนิต เป็นต้น
  • โซนชุมชน       ประกอบด้วย ศูนย์กลางอิสลามฯ โรงเรียนนานาชาติ เป็นต้น
  • โซนมหาวิทยาลัย ประกอบด้วย สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ เป็นต้น

 

บริษัท ปัตตานี จายา โฮลดิ้ง จำกัด ได้ใช้สินเชื่อธนาคารอิสลามเพื่อซื้อที่ดินตามโครงการจำนวน 1,300 ไร่ ในวงเงิน 600 ล้านบาท ตามสัญญาสินเชื่อเพื่อซื้อทรัพย์สินภายใต้หลักบัยอัลอัยอีนะฮ์ ลงวันที่ 2 ธันวาคม 2553 จนถึงปัจจุบันบริษัทได้ซื้อที่ดินแล้วทั้งสิ้นจำนวน 1,127 ไร่ (ได้เบิกใช้เงินจำนวน 580 ล้านบาท) ขณะนี้พ้นกำหนดชำระหนี้ตามสัญญาแล้ว และได้รับอนุมัติให้ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ครั้งที่ 1       ครั้งที่ 2 และทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ครั้งที่ 3 โดยได้ลงนามในสัญญา เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2560

การซื้อที่ดิน

 

จนถึงปัจจุบันบริษัทฯ ได้จัดซื้อที่ดินแล้วทั้งสิ้น จำนวน 1,127 ไร่ รายละเอียดดังตาราง 1.1

ตาราง 1.1  ตารางการซื้อที่ดินแยกเป็นโซน